Nothern Lights Kingdom 1

posted on 11 Jun 2008 18:01 by poring-kung

บทที่ 1 ราชินีมาร์ดอนน่า

                อินาคามิ อาซาโมะ เด็กชายวัย 12 ปีที่พึ่งจะจบการศึกษาไปหมาดๆ มีผมสีขาวยาวถึงคอ ที่แปลกก็คือเส้นผมของเขาไม่ได้บางกว่าของคนอื่นเลย นั่นหมายถึงเขาไม่ได้ผมหงอก แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามันออกสีฟ้านิดๆด้วย ถ้าสังเกตดีๆล่ะก็นะ

                ครอบครัวของเขามีพี่น้องอยู่รวมตัวเขาด้วยก็ 6 คน ป้ามิโดริกับลุงทาคาโตะ พี่สาวซากุระ และพี่ชายฝาแฝด เคนทาโร่ คินทาโร่

                ป้ามิโดริทำงานเป็นช่างทำผม ป้าออกจะเหมือนผู้ชายไปสักหน่อย แต่ก็ใจดีในแบบผู้หญิงอย่างมาก ลุงทาคาโตะเป็นทูต เขาไม่ค่อยจะกลับมาบ้านเท่าไหร่นักแต่ป้ามักบอกว่าลุงใจดี แต่เท่าที่อาซาโมะเคยเห็น ลุงมักทำหน้าน่ากลัวและดุดันเสมอ

                พี่ซากุระเรียนอยู่มหาวิทยาลัยคณะแพทย์ และกำลังจะเรียนจบในไม่กี่ปีนี้ เธอใจดีมาก และมักจะนำหนังสือหรือไม่ก็ข้าวกล่องที่อาซาโมะลืมไปให้บ่อยๆ พี่ชายฝาแฝดคู่นั้นชอบแกล้งเขาอยู่เรื่อยด้วยนานาวิธี ทั้งคู่อยู่มัธยมปลาย เคนทาโร่เป็นแฝดพี่ ส่วนตัวอาซาโมะเองก็กำลังจะขึ้นมัธยมต้นในไม่ช้า

                ในครอบครัวนี้ ตัวอาซาโมะเองเป็นเหมือนคนนอกครอบครัวเพราะเขาไม่ใช่ลูกของลุงกับป้าเหมือนที่พี่ๆของเขาเป็น ป้าบอกว่าพ่อแม่ของเขาตายไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนเขาอายุ 3 ขวบ และเขาก็ไม่คยเห็นรูปพ่อแม่ของตัวเองเลย และไม่เคยจำได้ด้วย

 

                อรุณสวัสดิ์เจ้าชายนิทรา

                เช้าแล้ว เช้าแล้ว

            เสียงพี่ชายฝาแฝดของอาซาโมะดังขึ้นจนเขานึกว่าทั้งคู่มาพูดข้างหูเขาเลย คนพี่เคนทาโร่กำลังดึงผ้าห่มของเขาอยู่ แต่เขาดึงผ้าห่มกลับมาด้วยความไม่พอใจ จนกระทั่งทั้งคู่ดึงออกมาพร้อมกันและเริ่มลากขาเขาลงจากเตียง เขาถึงยอมตื่น

                โดยปกติแล้วมันจะเป็นอย่างนี้ทุกวันอยู่แล้ว แต่นี่มันปิดเทอมแล้วน่ะ ทำไมต้องตื่นเร็วๆด้วยล่ะ

 

                หลังจากการหาวและบิดขี้เกียจ อาซาโมะก็ตื่นเต็มที่และลงไปทานอาหารที่ชั้นล่าง จริงๆก็ไม่เชิงว่าชั้นล่างเพราะพวกเขานอนกันที่ชั้นสาม และทานอาหารที่ชั้นสอง โดยส่วนใหญ่แล้วชั้นสองจะเป็นที่สำหรับใช้เป็น ห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร ห้องครัว และชั้นล่างสุดเป็นร้านทำผมของป้า บ้านของพวกเขาเป็นตึกสูงสามชั้นมีห้องใต้หลังคา ตั้งอยู่ริมถนนตรงกลางสี่แยกกลางเมือง ห้อมล้อมด้วยควันรถค่อนข้างหนักมาก พวกเขาจึงต้องปิดหน้าต่างเสมอๆ แต่ด้านหลังบ้าน หรือตึกแล้วแต่จะเรียก เป็นตึกข้างๆ และอีกด้านเป็นสวนสาธารณะที่ห้อมล้อมด้วยตึกมากมาย จริงๆแล้วทางเข้าสวนสาธารณะนี้อยู่ไปค่อนข้างไกล แต่อาซาโมะและพวกพี่ๆมักเข้าทางประตูหลังที่ลืมปิดเสมอๆ จริงๆแล้วก็คือมันปิดไม่ได้เลยตั้งแต่กลอนถูกพี่ฝาแฝดของอาซาโมะเปิดออกทุกสัปดาห์เรื่อยไป แต่พวกนั้นหาพวกพี่ๆไม่เคยเจอเสียที พวกเขาเลยไม่เคยใส่กลอนประตูหลังนั้นอีกเลย

                อรุณสวัสดิ์เสียงของป้ามิโดริดังมาจากในครัว ดุเหมือนป้ากำลังทอดแพนเค้กอยู่ เพราะกลิ่นแพนเค้กและน้ำผึ้งอุ่นๆลอยมาเตะจมูกเขาก่อนเขาจะถึงห้องทานอาหารเสียอีก

                วันนี้มีแพนเค้กเหรอครับอาซาโมะถาม

                แล้วนายคิดว่าอะไรล่ะเคนทาโร่เอ่ยขึ้น

            ก็ต้องแพนเค้กอยู่แล้วสิ แม่ไม่เคยทำอะไรนอกจากแพนเค้กหรอกคินทาโร่เสริม

                เงียบๆเถอะเจ้าฝาแฝดจอมป่วนป้า หรือก็คือแม่ของพี่ชายและพี่สาวของเขาเอาจานกระเบื้องมาตีหัวพี่คินทาโร่เบาๆ แต่ถึงจะเรียกว่าเบาๆแต่มันก็แรงไม่ใช่เล่น เพราะพี่คินทาโร่เริ่มร้องโอดโอยและกุมหัวตัวเอง นั่นทำให้พี่เคนทาโร่เงียบลงด้วย

            ซากุระเอาอีกมั้ยจ๊ะป้าถาม

                ไม่ล่ะค่ะ หนูไปอาบน้ำก่อนน่ะค่ะพี่ซากุระเป็นคนสวย ผมยาวสีน้ำตาลเหมือนพี่ชายฝาแฝดและป้ามิโดริ พี่ซากุระมีผมค่อนข้างยาว ยาวจนถึงกลางหลังเลย อาซาโมะยังอดสงสัยไม่ได้ว่าพี่ดูแลผมให้ดูดีแบบนี้ได้ยังไงทั้งๆที่เขาผมสั้นกว่าแต่มันมักจะต่างกับของพี่ซากุระเสมอๆเลยคือ แย่กว่า

               

            หลังอาหารเช้าทั้งห้าคนก็ออกไปข้างนอกด้วยกัน วันนี้เป็นวันปิดเทอมวันแรก พี่ๆปิดก่อนอาซาโมะทุกคนนั่นแหละ แต่วันนี้เพราะทุกคนปิดเทอมทุกคน ป้าเลยพาพวกเขาไปเที่ยวสวนสัตว์ ที่โปรดปรานของอาซาโมะ

                สวนสัตว์ที่พวกเขาไปเป็นสวนสัตว์ที่สวยมาก มีทางเดินปูด้วยอิฐแดงเป็นทาง กรงสัตว์ก็ใหญ่พอที่คนเป็นร้อยพอจะยืนอยู่รอบกรงได้(ถ้าต้องการล่ะก็นะ) แต่นั่นมันแค่บางกรงเท่านั้น เพราะบางกรงก็ไม่ใหญ่เท่าไหร่ เช่นกรงสำหรับนก มันจะสูงลิบลิ่วพอๆกับตึกที่เป็นบ้านของเขา  

                พวกเขาเดินทางเต็มๆ หนึ่งชั่วโมงและมาถึงสวนสัตว์ในที่สุด พวกพี่ๆโตกันแล้วเลยไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เว้นแต่พี่มิโดริที่เคยทำรายงานเรื่องนกเพนควินและเริ่มติดใจนกแพนควินขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นว่าชอบไปในที่สุด หลังๆนี่พี่ซากุระไม่ค่อยแสดงอาการว่าชอบเท่าไหร่แล้ว อาจจะเพราะมันผ่านมาครึ่งปีก็ได้

               

                หลังจากเดินวนอยู่ในสวนสัตว์ไปราวครึ่งวัน ทุกคนต่างไปดูสัตว์มามากมาย สัตว์ที่โปรดปรานของอาซาโมะคือสัตว์จำพวกเสือ เพราะเขาอยากเลี้ยงแมวมาตลอด แต่หาเลี้ยงไม่ได้เสียที แต่ที่เขาแปลกใจอย่างมากก็คือสัตว์พวกนี้มักจะจ้องมองเขาด้วยแววตามีความหมาย และมันจะจ้องจนเขาลับตาไป(หรืออย่างน้อย ก็เมื่อเขามองไม่เห็นพวกมัน)

                มันจ้องนายอีกแล้ว ไอ้น้องรักพี่คินทาโร่ล้อเขา แต่เขาชินชากับเรื่องแบบนี้แล้ว เขาโดนล้อแบบนี้บ่อยทีเดียว หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปกินอาหารกันที่ร้านอาหารเล็กๆในสวนสัตว์ ที่ซึ่งมีอาหารหลากหลายเท่าที่คุณจะหาได้ในหมู่เกาะญี่ปุ่นแห่งนี้ มีทั้งปลาดิบ ข้าวปั้น ข้าวห่อสาหร่าย และที่โปรดปรานอย่างหนึ่งของพี่ซากุระก็คือข้าวห่อเต้าหู้ แต่อาซาโมะไม่เคยชอบมันเสียทีเพราะมันออกจะ - - - จะว่ายังไงดีล่ะ - - - ลื่นๆ มันๆ นิ่มๆ อะไรประมาณนี้ละมั้ง

                หลังการกินอาหารและเข้าห้องน้ำนิดหน่อย พวกเขาก็ออกเดินดูสวนสัตว์ต่อ แต่คราวนี้ไม่เชิงว่าเดินหรอก พวกเขานั่งรถของพวกเขาไปในส่วนที่พวกสัตว์ไม่ได้อยู่ในกรง พวกมันอยู่ด้านนอก เพราะฉะนั้นพวกเขาต้องขึ้นรถตอนที่ไปถึงส่วนของสัตว์อันตรายจำพวกเสือ ยีราฟ ม้าลาย นกกระจอกเทศ(แม้พวกมันจะไม่อันตราย แต่ใครที่เที่ยวไปเข้าใกล้พวกมันก็มีสิทธิ์โดนทำร้ายปางตายได้เหมือนกัน) แต่พวกเขาจะได้เดินเล่นในส่วนที่เป็นสัตว์ปีก พวกนกรักความสงบมาก จึงไม่มีอะไรมากนอกเสียจากนกแก้วที่พี่เคนทาโร่ไปพูดด้วยแล้วโดนมันตะคอกใส่(มันเลียนเสียงได้ไม่เหมือนก็จริง แต่ดังมาก) เขาพยายามจะตะโกนกลับไป แต่ป้าก็บอกว่า เราไม่ได้มาสวนสัตว์เพื่อมาตะโกนแข่งกับนกนะแล้วพี่เคนทาโร่ก็ต้องเงียบไปเพราะเหตุนี้

                หลังจากเดินในส่วนสัตว์ปีกเสร็จ พวกเขาก็มาถึงส่วนของสัตว์อันตราย หรือจะเรียกว่าไปดูสัตว์รักสงบที่ทำร้ายพวกเขาปางตายได้ พวกเขาเริ่มดูจากม้าลาย และก็มีนกกระจอกเทศวิ่งอยู่แถวที่ม้าลายกำลังกินน้ำอยู่ ช้างกำลังอาบน้ำอยู่ในสระน้ำถัดไป มีตัวหนึ่งอาบน้ำให้ลูกด้วย ยีราฟอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ กินใบไม้กันไป ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่เลย

                และก็เข้ามาในส่วนสัตว์อันตรายที่จะทำร้ายเขาเมื่อมันต้องการหรือเมื่อมันเห็นพวกเขา โดยการตะปบกรงเล็บมหึมาของพวกมันทีเดียวจนเราบาดเจ็บปางตาย หรืออาจตายตั้งแต่ตอนนั้นเลยก็เป็นได้ พวกเขาเห็นแมวป่า เสือโคร่ง เสือดาว เสือดาวหิมะ และเสือขาว ซึ่งอาซาโมะชอบมันมากด้วยเหตุประการใดไม่ทราบ แต่เขาชอบพวกมัน อาจจะเพราะสีขนของพวกมันหรือไม่ก็สีตาของพวกมัน ในตอนที่พีเคนพี่คิน(ชื่อเล่นของพี่ชายฝาแฝดคู่นั้น) ทำรายงานเรื่องนี้ เขาขออ่านและตอนนี้เขาก็เก็บมันไว้ด้วย

 

                ทุกคนกลับถึงบ้านในเวลาราว 6 โมงเย็น พระอาทิตย์เริ่มตกแล้ว ขากลับป้าซื้อพิซซ่าจากร้านพิซซ่าแถวๆนี้มาด้วย พี่ซากุระกินไปแค่ชิ้นเดียวเธอบอกว่าเธอกลัวอ้วนอย่างมากเลย หลังจากนั้นก็ไปกินปลาดิบที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตเมื่อวานต่อ ส่วนพี่ฝาแฝดคู่นั้นกินไม่ยั้งเลย อาซาโมะสงสัยมากๆเลยว่าทำไมพี่พวกนี้กินแล้วไม่อ้วน แต่จะว่าก็ไม่ได้เพราะเขาก็กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนเหมือนกัน

                กินยั้งๆมั่งก็ได้น่ะพี่อาซาโมะพูด

                คิดว่าเราจะได้กินบ่อยๆงั้นเหรอพี่เคนทาโร่ตอบกลับมา

           

            ไม่นานพวกเขาก็เข้านอนกัน อาซาโมะนอนห้องข้างๆห้องของพี่เคนพี่คิน ห้องของพวกเขาตรงข้ามกับห้องของป้ากับลุง และอีกห้องหนึ่งของพี่ซากุระ

                ห้องนอนของอาซาโมะใหญ่แค่ให้เตียงเล็กๆวางอยู่ พื้นที่ให้อยู่ไม่มากเท่าไหร่ มีหน้าต่างแค่บานเดียว ข้างห้องของเขาติดกับสวนสาธารณะ และหน้าห้องมีประตูไประเบียงข้างนอกอยู่ ห้องนี้ถ้าให้ช้างมาอยู่ก็คงได้แค่ลูกช้างตัวสองตัวเท่านั่น เพราะเพดานก็ต่ำด้วย และเตียงของเขาก็เล็กจนขาของเขาเลยเตียงแล้วห้องนี้เคยเป็นห้องเก็บของมาก่อน ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงเล็ก ส่วนของที่เคยอยู่ที่นี่ถูกเก็บไว้ที่ห้องใต้หลังคาแทน

            เขานอนและหลับไปทันที เขาฝันว่ามีผู้หญิงผมยาว สวมมงกุฎที่ไม่ใหญ่และหนักเท่าไหร่ อยู่ในชุดสวยงามเท่าที่คุณจะนึกได้ เขาเห็นว่าเธอใส่สร้อยคอและเครื่องประดับอื่นๆด้วย แต่มันมืด เขาเลยมองไม่เห็นชัดนัก รู้เพียงว่าชุดของเธอน่าจะเป็นสีขาวและมีกระโปรงยาวกับผ้าคลุมยาวจนถึงพื้น ข้างเธอมาสิงโตตัวใหญ่กว่าที่เขาจะเคยเห็นแผงคอและตาของมันเป็นสีทองชัดเจน ผู้หญิงคนนั้นเริ่มพูดขึ้น แต่เขาไม่ได้ยิน ดูเหมือนเธอจะรู้ด้วยเพราะเธอหยุดพูดไปแล้ว และเขาสะดุ้งตื่นขึ้น

                ฝันประหลาดเขาอุทาน และมองออกไปนอกหน้าต่าง ดาวเต็มฟ้า มีดาวดวงหนึ่งมีแสงสีฟ้า และมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันตรงเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกไม่กลัวมันเลย แต่เขากลับขยับตัวไม่ได้ มันพุ่งตรงมาหาเขาและทะลุกระจกเข้ามา กระจกไม่แตก และมันพุ่งเข้ามาที่ตัวเขา และความอ่อนเพลียก้โหมกระหน่ำเข้าหาเขา เขาล้อมลง หลับลงไปทันที

                อาซาโมะได้ยินเสียงผู้หญิงในฝันของเขา เขาเห็นผู้หญิงในชุดหรูหราเหมือนในฝันก่อนหน้านี้ และสิงโตที่น่าเกรงขามตัวนั้นก็ยืนข้างตัวเธอด้วย เธอพูด แต่คราวนี้มีเสียงออกมา

                เจ้าถูกเลือกแล้ว เธอเอ่ย

            ผมงั้นเหรอ - - -  ถูกเลือกเพื่ออะไรงั้นเหรอครับ อาซาโมะถาม น่าเหลือเชื่อที่เขาพูดในฝันได้ด้วย

                เรื่องนั้นเจ้ายังไม่จำเป็นต้องรู้เธอตอบ เสียงของเธอเย็นชาและเยือกเย็นจนพูดไม่ถูก

                คุณเป็นใครกัน

            ข้าคือ ราชินีมาร์ดอนน่า               

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet