Nothern Lights Kingdom 2

posted on 18 Jun 2008 20:35 by poring-kung

บทที่ 2 เมืองลับในลอนดอน

                แสงสาดส่องเข้ามา อาซาโมะเห็นหน้าราชินีชัดแล้ว เธอสวยมาก ผิวเนียนอย่างเห็นได้ชัด เธออยู่ในชุดกระโปรงสีขาวดุจหิมะ และผ้าคลุมขนสัตว์ตัวใหญ่ มงกุฎของเธอเป็นสีขาวดุจหิมะเหมือนชุดของเธอ ที่มือถือบางอย่างที่ดูเหมือนไม้ขนาดใหญ่ ที่ปลายด้านบนเป็นรูปเกล็ดหิมะอันใหญ่ที่กำลังสาดส่องแสงสีขาวออกมาเรื่อยๆ

                เจ้าคงจะไม่แปลกใจที่เจอข้านักใช่มั้ยองค์ราชินีถาม แต่อาซาโมะไม่ตอบอะไรเพราะเขายังคงกล้าๆกลัวๆอยู่ เพราะสิงโตข้างตัวนางดูใหญ่มากกว่าตอนที่เขาเห็นมันในความมืดเสียอีก

                ข้าว่าเจ้าอาจจะยังตกใจอยู่ราชินีหัวเราะและยิ้นให้ เจ้าถูกเลือกสำหรับภารกิจอันยิ่งใหญ่ ไม่ช้าจะมีคนมารับตัวเจ้าไปเพื่อเริ่มภารกิจนี้ ข้าได้ให้พลังแก่เจ้าไปแล้ว จงใช้มันอย่างระวัง จงจำไว้ว่าแม้พลังที่ยิงใหญ๋มักมากับภาระอันใหญ่ยิ่งเสมอ อุปสรรคของเจ้าจะมากมายขนานับ แต่ข้าเชื่อว่าเจ้าจะฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้นไปได้ พลังในตัวเจ้าอาจทำให้ผู้มากด้วยกิเลส ตัณหา และความโลภมุ่งหมายในตัวเจ้า นั่นคืออุปสรรคอย่างหนึ่ง แต่ไม่ต้องห่วง อุปสรรคนั้นจะไม่มาในตอนที่เจ้ายังไม่พร้อม จงทำตนให้พร้อมสำหรับอุปสรรคทั้งหมด และจงก้าวต่อไป อย่าให้ใครรู้เรื่องที่ข้ากับเจ้าได้คุยกันในฝันนี้ ข้าไม่อยากให้เจ้าโกหก พยายามปิดบังความจริงยังไงก็ได้เท่าที่เจ้าพอจะทำได้ ข้าคาดหวังในตัวเจ้านะ

                นางยิ้มให้ ร่างของนางเรืองแสงและหายไป อาซาโมะก็ตื่นขึ้นพอดี จริงๆต้องเรียกว่าสะดุ้งตื่นมากกว่า เขาพึ่งสังเกตว่าเขาอยู่บนตัวแค่ครึ่งตัวบนเท่านั้น ตั้งแต่เอวลงมาไม่ได้อยู่บนเตียง มันตกลงมาเรื่อยๆ ตอนเขาลุกเลยล้มลงไป พอตั้งตัวและตั้งสติได้ เขาก็เห็นบางอย่าง คน - - - หรือจะเรียกว่าคนก็ได้ เขาตัวเล็ก อยู่ในชุดสูทตัวจิ๋วสีขาวและเสื้อกั๊กสีดำ นั่งอยู่บนขอบหน้าต่างที่เปิดอยู่ อาซาโมะคิดว่าเขาปิดแล้วแต่ชายผู้นี้เปิดมันออกมา ข้างชายคนนั้นเป็นนกอินทรีย์สีน้ำตาลตัวใหญ่ เขาเริ่มพูด

                ในที่สุดก็ตื่น ข้าปลุกเจ้าแล้วแต่เจ้าไม่รู้สึกตัวเสียที มันน่าเบื่อนะชายผู้นั้นเอ่ย เขาดูยิ่งทะนงมากเลย ชายผู้นั้นกระโดดขึ้นหลังนกอินทรีย์และนกตัวนั้นก็โฉบขึ้นมาบนเตียงของอาซาโมะ ชายคนนั้นลงจากหลังนกและเริ่มพูดกับเขาต่อ

                เจ้าต้องรีบไปอย่างเร็วที่สุด ข้าไม่มีเวลาให้เจ้ามากนัก

            เดี๋ยวก่อนนะอาซาโมะขัด ไปไหนงั้นเหรอ

            แล้วเจ้าจะรู้เอง แต่ข้าเดาว่าเจ้ารู้แล้ว ผลึกแก้วนั่นไม่ได้บอกอะไรเจ้าเลยงั้นเหรอ

                อาซาโมะนึกออกแล้ว องค์ราชินีบอกให้เขาปิดเรื่องนางไว้เป็นความลับ เขาคงต้องปิดมันไว้และพยายามไม่บอก แต่เขาจะโกหกเหรอ ในที่สุดเขาก็นึกออก ชายคนนี้พูดว่า ผลึกแก้วงั้นเขาก็ไม่น่าจะรู้เรื่องราชินีเลยนี่

                บอกครับ มีคนจะมารับผมอาซาโมะปิดบังความจริงโดยไม่พูดคำว่า ราชินี นาง หรือ เธอ ออกมา

                งั้นก็ข้านี่ล่ะ รีบๆเปลี่ยนเสื้อเสีย เราจะไปกันแล้วเขาบอก

                อาซาโมะสับสนเหลือเกินจะบรรยาย ชายคนนี้จะพาเขาไป แต่ยังไงล่ะ ระหว่างนั้นบางอย่างก็เกิดขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว บันไดส่งเสียงตึงตัง มีคนกำลังขึ้นบันไดมาที่นี่อยู่ ประตูเปิดออก หรือจะเรียกว่าถูกผลักออกอย่างแรงก็ได้ มันกระทบผนังอย่างแรงจนเขานึกว่าไม่ผนังหรือประตูนี่ล่ะจะพังครือลงมา แต่มันไม่พัง โชคดีไป แต่เขาคงไม่โชคดีเท่าไหร่ ลุงของเขายืนประจันหน้าอยู่ข้างๆเขา ห่างออกไปเพียงสองสามเมตรเท่านั้น เขานั่งอยู่บนเตียง ชายตัวเล็กยืนอยู่บนเตียงเขา

                ลุงหน้าตาน่ากลัวกว่าที่เขาเคยเห็น แววตาจองลุงดูเหมือนกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง เหงือตามตัวไหลอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ที่น่ากลัวก็ยังคงเป็นแววตาที่ดูเหมือนจะแผดเผาเขาได้ในพริบตาเดียวนั่นล่ะ

                ลุงเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงน่ากลัวอย่างที่สุดเกินจะกว่าใครคาดคิด เขาโพล่งออกมาดังมาก

                นายจะเอาตัวไอ้หนูนี่ไปไม่ได้เสียงของลุงทำเอาหูเขาแทบแตก แต่ดูเหมือนชายตัวเล็กนั่นจะไม่สะทกสะท้านเลย เขาแค่เดินอ้อมหลังอาซาโมะและมาประชันหน้ากับลุงของอาซาโมะ

                นายก็รู้ว่าเรื่องนี้มันคืออะไรชายตัวจิ๋วพูดขึ้น เรื่องนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้แม้ต้องการเพียงใดก็ตาม

            แต่ฉันไม่ยอม ก็คือไม่ยอม นายจะไม่มีโอกาสได้พาเข้าหนูนี่ไปลุงตะคอกใส่เขา ขณะที่ชายตัวเล็กนั่นพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างที่สุด

                เสียงฝีเท้าเบาๆดัง ตึงๆ ทำให้ห้องนี้เงียบลงได้ น่าแปลกที่มันทำได้ เสียงฝีเท้า ตึงๆ นั่นเป็นของป้ามิโดรินั่นเอง ใบหน้าของป้าเศร้ามาก ดูเหมือนจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ เธอถือกระเป๋าผ้ามาใบหนึ่ง มันเป็นกระเป๋าใบเดียวกับที่อาซาโมะใช้ตอนไปเข้าค่ายกับโรงเรียน มันดูหนักกว่าครั้งก่อนหรือครั้งไหนๆเท่าที่เขาจำความได้

                เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วนะ อาจจะนาที สองนาที ความเงียบยังคงปกคลุมอยู่ ในที่สุด ลุงก็พูดออกมา ท่ามกลางเสียงสะอื้นของป้าที่ได้วางกระเปาใบนั้นลงแล้ว

                ก็ได้ มิโดริ ก็ได้เขาพูด และยกมือขึ้นมา มาที่หน้าอาซาโมะ เขาไม่ได้ชี้หน้า แต่เขาแผ่มืออก และในไม่ช้า อาซาโมะก็รู้สึกเหมือนโดนความอ่อนเพลียเข้าโจมตี เหมือนตอนที่แสงสีฟ้านั่นพุ่งเข้ามาหาเขาไม่มีผิด เพียงแต่มันอ่อนโยน แต่โศกเศร้า แสงสีฟ้านั่นแข็งแกร่งและเปี่ยมไปด้วยพลัง เต็มไปด้วยความหวัง และมันยังคงอยู่ในหัวของเขาอยู่ เขายังจำความรู้สึกนั้นได้ดี เขาคิดเช่นนั้นก่อนจะหลับลงไป ดูเหมือนจะมีคนมารับเขาด้วย เขาเดาว่าเป็นลุง แต่อย่างใดมันก็ไม่สำคัญอีกแล้ว เพราะเขาหลับลงไปจริงๆเสียแล้ว

 

                อาซาโมะตื่นขึ้นมาท่ามกลางลมและหมอกหนา มันหนามากกว่าหมอกใดๆที่เขาเคยพบเห็น อากาศเย็นๆปะทะหน้าของเขาทีละน้อยๆ เขารู้สึกสะลึมสะลืออย่างมาก เขาหาวและตื่นเต็มที่จนสังเกตได้ว่า พวกนี้ไม่ใช่หมอก แต่เป็นเมฆ

                หมู่เมฆมากมายล้มรอบตัวเขา มันเย็นมาก แต่ไม่เย็นเหมือนที่คิด เขาลองมองรอบๆตัวและพบว่าเขาอยู่บนอะไรบางอย่างที่เป็นสีน้ำตาล นุ่มเล็กน้อย จนใจที่สุดก็ได้รู้ เขาอยู่บนหลังนกอินทรีย์ตัวมหึมาซึ่งมีชายตัวจิ๋วคอยบังคับอยู่ ชายคนนั้นจับบังเหียนอย่างมั่นคงและยังไม่สังเกตว่าเขาตื่นแล้ว ไม่ช้าพวกเขาก็ออกจากเมฆ

                ตื่นแล้วงั้นเหรอ ชายคนนั้นเอ่ยขึ้น

                คุณ - - - เป็นใครงั้นเหรอครับอาซาโมะถาม

                ลอร์ดแซนเดอร์ ผู้รับใช้ของราชินีเอมิเลียแห่งดินแดนทางใต้ ดินแดนของชาว เลเซตเทียนเขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเย็นชาอยู่

                ดินแดนทางใต้? ชาวเลเซตเทียน? คืออะไรงั้นเหรอ

            พวกนั้นไม่เคยเล่าให้ฟังเลยงั้นสิลอร์ดแซนเดอร์กระแอมและเริ่มพูดต่อ ดินแดนที่ว่านี้อยู่ในอีกมิติหนึ่ง แล้วเจ้าจะรู้เองว่ามิตินั้นอยู่ที่ไหน ข้าจะพาไปเอง แล้วชาวเลเซตเทียนก็คือคนอย่างที่ข้าเป็น ตัวเล็ก แต่ร้ายกาจ พวกเรามีความสามารถในการเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าพวกเจ้านัก อย่าประมาทคนตัวเล็กเป็นอันขาด เจ้าหนู

            อาซาโมะเริ่มสับสนเต็มที แต่เขาไม่อยากจะไปคิดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว เพราะโบราณว่าร้อยรู้ไม่สู้ปฏิบัติ บางที - - - เขาน่าจะลองศึกษาดูเอง เผื่อจะเข้าใจยิ่งขึ้นกว่านี้

               

                หลังการเดินทางที่ยาวที่ ซึ่งอาซาโมะไม่ได้พูดอะไรเลยเนื่องจากอากาศเย็นๆนี่ทำให้ง่วงเสียจริง เขาจึงหลับลงไปอีกรอบ จนกระทั่งนกตัวนี้เริ่มลดความสูง มันถลาลงอย่างรวดเร็วจนอาซาโมะรู้สึกได้แม้จะครึ่งหลับครึ่งตื่น จนกระทั่งถึงพื้น มันกระพือปีกสองสามครั้งเพื่อลดความเร็วและลงจอดอย่างนุ่มนวล อากาศข้างล่างค่อนข้างเย็นพอๆกับข้างบน แต่เขาคิดว่าข้างบนน่าจะเย็นกว่า ลอร์ดตัวจิ๋วคนนี้ทำอะไรบางอย่างไม่ให้พวกเขาหนาวตายล่ะมั้ง ข้างล่างนี้ก็มีหมอกเหมือนที่ข้างบนก็มีเมฆ มีน้ำค้างเกาะทั่วไป หมอกค่อนข้างหนา แต่เทียบไม่ได้กับเมฆด้านบนเลย อาซาโมะลงจากหลังของนกอินทรีย์ในไม่ช้า และมันก็ตัวเล็กลง เขาสังเกตว่าตัวเองหนุนกระเป๋าเสื้อผ้ามาตลอดทางและยังคงสวมชุดนอนอยู่ ลอร์ดแซนเดอร์จึงสั่งให้เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ

                อาซาโมะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ในห้องน้ำของสวนสาธารณะ ที่ซึ่งพวกเขาลงจอดกัน อาซาโมะทึ่งในวิธีการปลดล๊อกแม่กุญแจอย่างช่ำชองของท่านลอร์ดตัวจิ๋วคนนี้มาก อย่างที่รู้กันว่านี่ยังไม่เช้า และสวนสาธารณะก็ยังไม่เปิด เขาจึงต้องลอบเข้าสักหน่อยและลอร์ดแซนเดอร์ก็ล๊อกมันลงไปเหมือนเดิมอย่างง่ายดาย

                คุณทำแบบนี้บ่อยมั้ยอาซาโมะถาม

                ทำอะไรลอร์ดแซนเดอร์ถามกลับ

                ก็ - - - ปลดล๊อกแม่กุญแจไง

                บ่อยๆ แต่ไม่มากนักพูดเสร็จลอร์ดแซนเดอร์ก็ปลดล๊อกประตูหลังของสวนสาธารณะนี้เสร็จ และก็ปิดมันลงหลังจากที่อาซาโมะออกมา ลอร์ดแซนเดอร์นั่งอยู่บนหลังของนกอินทรีย์สีน้ำตาลของเขา มันบินช้าๆพอที่อาซาโมะจะเดินตามทัน บ่อยครั้งที่มันบินเร็วเกินจนเขาต้องขอให้ช้าลง เห็นได้ชัดเลยว่าโดยปกติเขาไม่ค่อยเดินกับคนขนาดเท่าอาซาโมะเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะเด็กตัวเตี้ยที่ไม่ได้วิ่งหรือเดินเร็วอะไรนักหนา

                ถึงแล้วลอร์ดแซนเดอร์เอ่ย พวกเขามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าโรงแรมเล็กๆ มันสูงแค่ 4 ชั้น ชั้นล่างมีหน้าต่างไม่กี่บาน พนักงานต้อนรับก็ไม่มี และพนักงานที่เคาท์เตอร์ก็สุดจะน่ากลัว เธอเป็นหญิงชราหน้าตาซูบผอม เวลาเจ้าหล่อนจ้องมาทำเอาอาซาโมะสันหลังวาบทุกที

                เรามาทำอะไรกันที่นี่อาซาโมะถาม

                ไม่ใช่ที่นี่ ที่นี่แค่ทางผ่านลอร์ดแซนเดอร์ตอบ ดูไม่มีความหมายเอาซะเลย ยังไงตัวอาซาโมะเองยังไม่เข้าใจเหมือนกัน

                ทั้งคู่มาหยุดที่ลิฟต์ และเข้าไปในนั้น ไม่นานประตูก็ปิด ลอร์ดแซนเดอร์เคาที่ด้านล่างของปุ่มที่เขียนว่า G สำหรับชั้นล่างเอาไว้ ไม่มีอะไรอยู่ก็จริง แต่พอเขากดลงไป มันกลับมีเสียงคลิกเหมือนที่ลิฟต์แบบนี้ควรเป็น ลิฟต์เลื่อนลงไปอย่างรวดเร็ว เร็วจนอาซาโมะต้องจับของลิฟต์เอาไว้ เช่นเดียวกับลอร์ดแซนเดอร์ซึ่งนกของเขาเกาะที่จับในลิฟต์ไว้เช่นกัน

                ในที่สุด การเดินทางสุดน่ากลัวเป็นเวลาเต็มนาทีก็จบลง(ถ้าคุณเคยเล่นเครื่องเล่นที่พุ่งขึ้นลงแบบนี้ คุณจะคิดว่าแบบนี้มันไม่มีอะไรเลย แต่สำหรับผู้ที่ไม่เคยเล่น อาจคิดว่ามันน่ากลัวมากเหมือนที่อาซาโมะคิดอยู่)

                ถึงแล้วลอร์ดแซนเดอร์เอ่ยขึ้น

                ที่นี่ที่ไหนกันอาซาโมะถาม

                เมืองลับในลอนดอน เราเรียกมันว่า  เมืองเครทเทียยังไงล่ะ

                ทั้งสองกำลังเดินอยู่ตามทางเท้าที่ดูไม่ปกติเท่าไหร่นัก ถนนปูด้วยอิฐตัวหนอน มีรถม้าวิ่งในบางครั้ง ข้างทางทั้งสองฝั่งมีร้านขายของ ร้านอาหาร และร้านยามากมายเหลือจะกล่าว แต่ละร้านมีชื่อแปลกๆติดเต็มไปหมดอาทิเช่น เครื่องปรุงยาสุดแสนวิเศษ ร้านอาหารเดินได้’ ‘ร้านไม้กวาดเหาะเหิน’ ‘ร้านภูตหลากชนิดและนี่เป็นพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเพราะยังมีร้านเรียงรายเป็นแถวไปหมด ที่บนฟ้ามีทั้งมังกร ม้าบิน ม้าสีดำที่มีปีกเหมือนมังกร กริฟฟิน ทุกตัวล้วนบินอยู่ทั่วไป อาซาโมะเผลอจ้องมองการจราจรที่คับคั่งบนท้องฟ้าอยู่ราวสองนาทีจนมีคนมาเดินชน เขาขอโทษและก็รู้สึกขอบคุณที่ทำให้เขารู้สึกตัว แต่คนที่เดินชนนั่นทำหน้าเหมือนรังเกียจเขา ชายคนนั้นมีหมาดัลเมเชี่ยนเดินข้างๆด้วย

                อาซาโมะพึ่งจะสังเกตว่าทุกคนในเมืองนี้ล่วนมีสัตว์ทั้งที่คุ้นตาและไม่คุ้นตาเดินกันให้ว่อน ทั้งสุนัข แมว นก มังกร ม้ามีปีก กริฟฟิน และเขาสาบานได้ว่าเห็นจระเข้เดิน(หรือจะเรียกว่าเลื้อยก็ได้ตามสะดวก) ผ่านหน้าไปด้วย เขาตกใจจนแทบล้มลงกับพื้น ลอร์ดแซนเดอร์หันมาหาเขาและทำหน้าสมเพชเขา ทำให้อาซาโมะรู้สึกไม่ชอบใจท่านลอร์ดคนนี้เสียแล้วสิ

                ทั้งคู่มาหยุดอยู่ที่หน้าร้านที่เขียนไว้ว่า ร้านภูตประจำตัวที่รักภายในร้านมีแสงเข้าถึงมากมาย มีตู้กระจกที่ดูเหมือนล๊อกเกอร์กระจกเต็มไปหมด มันใส่ล๊อกอยู่ มีไข่ขนาดเท่าไข่นกกระจอกเทศและที่ใหญ่กว่าไข่นกกระจอกเทศอยู่เต็มไปหมด หลากสี หลากลาย มีบางอันที่เขารู้สึกว่ามันมีสัญลักษณ์แปลกๆอยู่ด้วย แต่มันอธิบายไม่ถูกจริงๆ

                เคาท์เตอร์ของร้านมีชายแก่คนหนึ่งนั่งอยู่ เขาสวมแว่นตากลมและกำลังอ่านหนังสือพิมอยู่ เขาชำเลืองมองอาซาโมะครั้งนึงแล้ววางหนังสือพิมลง

                มาซื้อของงั้นเหรอพ่อหนูน้อยชายแก่ถาม

                เอ่อ.....คือว่า...เขาตะกุกตะกัก เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองเข้ามาในนี้ทำไม

                ใช่ลอร์ดแซนเดอร์ตอบ เราต้องการไข่ภูตประจำตัวให้พ่อหนูน้อยคนนี้โดยด่วน ต้องรอนานแค่ไหนลอร์ดแซนเดอร์พูดขณะนั่งอยู่บนหลังนกอินทรีย์ของเขา บางที สิ่งที่เรียกว่าภูตคงเป็นเจ้านี่ละมั้ง นกตัวนี้ต้องเป็นภูตของลอร์ดแซนเดอร์แน่นอนเลย

                ไม่นานหรอกชายแก่คนนั้นตอบ เขาทำหน้าเบื่อหน่ายและเดินมาหาอาซาโมะ

                อืม ท่าทางจะยากหน่อย แต่ฉันิดว่าน่าจะไหวน่ะ รอเดี๋ยวชายคนนั้นเดินไปดูตามตู้ที่มีไข่วางมากมายนั้นและเดินเข้าไปประตูหลังร้านซึ่งมีป้ายบอกว่าห้ามเข้าอยู่

                ไม่นานเขาก็ออกมาพร้อมด้วยไข่ใบโตที่ใหญ่พอๆกับไข่นกกระจอกเทศ เปลือกไข่เป็นสีขาวบริสุทธิ์ มีลวดลายบนเปลือกไข่เป็นรูปสัญลักษณ์บางอย่าง มีบางจุดที่ดูเหมือนปีกด้วย ชายแก่ยื่นมันให้อาซาโมะ เขารับไว้และรู้สึกถึงน้ำหนักอย่างมาก เขารู้สึกถึงบางอย่างที่แปลกประหลาด เหมือนว่าเขาไม่อยากอยู่ห่างเจ้าไข่นี่อีกเลย

                หนักมั้ยชายแก่ถาม

                ครับอาซาโมะตอบ ตอนนี้มือที่ถือประเป๋าเสื้อผ้าลงไปกองกับพื้นแล้ว

                ดูแลมันดีๆล่ะ พ่อหนู

            อาซาโมะสังเกตเห็นบางอย่างพันอยู่รอบคอชายแก่คนนั้นด้วย เป็นงูเหลือมตัวยาว หัวของมันพาดบ่าอยู่ ส่วนหางก็พาดอยู่อีกข้างและห้อยต่องแต่งลงมา เจ้านี่ก็ภูตของชายแก่นี่งั้นสินะ

                เขาเริ่มสงสัยเสียแล้วว่าเจ้าไข่นี่จะฟักเป็นตัวอะไร ถ้าเป็นงูไม่เอาด้วยหรอกนะ เขาไม่อยากเลี้ยงงูสักหน่อย

                รีบๆไปเร็ว เราต้องไปอีกไกลลอร์ดแซนเดอร์เรียกเขา ภูตนกอินทรีย์ของเขาใช้ขาของมันถือกระเป๋าของอาซาโมะที่ใหญ่กว่าตัวของมัน 5 เท่าได้ แต่จนถึงเดี๋ยวนี้ไม่มีอะไรจะทำให้อาซาโมะแปลกใจได้อีกแล้วเพราะเขาเจอมามากพอจนชินชากับเรื่องพวกนี้ไปแล้ว

               

                หลังจากการเดินไปสักพักตามถนนที่ครึกครื้นไปด้วยผู้คนแลเหล่าภูตบินไปมา(เว้นแต่ถนนที่ออกจะโล่งไปหน่อย) จนมาถึงโรงแรมแห่งหนึ่ง มันสูงเสียดฟ้าและใหญ่เหมือนโรงพยาบาล มีตึกอยู่แค่ตึกเดียวและใหญ่โตมากกว่าตึกใดๆที่เขาเคยเห็นและคุณจะเคยเห็นด้วย มันสูงเสียดฟ้าจนถึงเมฆอย่างไม่น่าเชื่อ

                เราจะพักที่นี่ เข้ามาเร็วเข้าลอร์ดแซนเดอร์สั่งเขาขณะที่ภูตนกอินทรีย์ของเขาใช้จะงอยปากที่ดูทรงพลังกว่าตัวของมันผลักประตูกระจกที่ค่อนข้างใหญ่ออกไปช้าๆ ข้างในประดับประดาด้วยโคมระย้า เป็นรูปแบบของโรงแรมยุคกลาง มีพรมสีน้ำตาลแดงและผนังสีน้ำตาลแดงลายหมากรุก ตามพื้นมีเก้าอี้ยุคกลางหลายชุดวางอยู่ มันตัวใหญ่เท่าโซฟาที่อาซาโมะเคยเห็นมาก่อนและมีโต๊ะกระจกอยู่ตรงกลาง นั่นเป็นอย่างเดียวที่ดูแปลกพิกลๆเมื่อเทียบกับสไตล์ของห้องนี้ นี่คงเป็นล๊อบบี้ แต่เป็นล๊อบบี้ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น สุดลูกหูลูกตา ใหญ่มาก มีหน้าต่างนิดหน่อย อากาศข้างในก็เย็นๆสบายดีเหมือนกัน

                ถายในล๊อบบี้เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาและภูตหมายรูปแบบโดยส่วนใหญ่จะเป็นมังกร มีบางคนที่เขาไม่เห็นภูตแต่ไม่นานภูตของก็เลื้อยขึ้นมาและพาดบนบ่าเหมือนที่ภูตงูของชายแก่คนนั้น มีของบางคนเป็นผีเสื้อด้วย มันบินไปทั่วและไปเกาะที่บนนิ้วของหญิงผู้หนึ่งซึ่งลอร์ดแซนเดอร์ได้เข้าไปคุยด้วย

            ไม่ช้าไม่นาน ลอร์ดแซนเดอร์ก็กลับมาพร้อมด้วยกุญแจห้อง หญิงคนนั้นไม่ใช่พนักงานโรงแรมแน่นอน เพราะดูจากการแต่งตัวนั่นที่เหมือนผู้หญิงทั่วไปโดยมีกระโปรงยาวถึงข้อเท้า และผมยาวถึงหลัง ต่างจากพนักงานที่อยู่ในชุดยุคกลางที่ทำให้ดูแปลกตาอย่างมาก ผู้หญิงคนนั้นโบกมือให้อาซาโมะด้วย

            เธอเป็นใครงั้นเหรออาซาโมะถาม

                ใครเหรอลอร์ดแซนเดอร์ปีนขึ้นมาบนบ่าของอาซาโมะ ภูตนกอินทรีย์ของเขาก็มาอยู่บนมือของอาซาโมะเช่นกัน ท่าทางมันจะเหนื่อแล้วสินะ

                ที่คุณคุยด้วยแล้วเธอให้กุญแจมายังไงล่ะ

            อ๋อเขาอุทาน องครักษ์ของราชินีดินแดนทางเหนือ เธอมาช่วยพาข้าไปให้ถึงอีกโลกหนึ่ง โลกของผู้วิเศษ

                มีโลกแบบนั้นด้วยงั้นเหรอ นี่เป็นเรื่องเดียวที่ทำให้อาซาโมะตกใจได้หลังจากที่เจอเรื่องชวนตกใจมามากแล้ว แม้เขาจะเคยได้ยินและเห็นที่ลอร์ดแซนเดอร์ทำเต่เขาก็ยังคงตกใจอยู่ดี

                มีสิ อย่าพูดมากและไปนั่งรอที่เก้าอี้นั่นซะ ข้าจะไปถามทางไปห้องหน่อยขากระโดขึ้นหลังภูตของเขาและบินไปที่เคาท์เตอร์ล๊อบบี้ทันที อย่างที่รู้กันว่าโรงแรมใหญ่โตแบบนี้ก็เหมือนเขาวงกตดีๆนั่นเอง อาซาโมะเดินไปที่โซฟานั่นและไปเจอเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่นั่น เธอผูกผมที่เป็นสีแดงเหมือนพระอาทิตย์ตกดินที่ยาวถึงกลางหลัง เธอหันใบหน้าที่คุ้นเคยของเธอมาทางอาซาโมะซึ่งทำให้อาซาโมะและเด้กหญิงคนนั้นตกใจไม่แพ้กัน

                ซึสึกิอาซาโมะอุทานขึ้น       

             

Nothern Lights Kingdom 1

posted on 11 Jun 2008 18:01 by poring-kung

บทที่ 1 ราชินีมาร์ดอนน่า

                อินาคามิ อาซาโมะ เด็กชายวัย 12 ปีที่พึ่งจะจบการศึกษาไปหมาดๆ มีผมสีขาวยาวถึงคอ ที่แปลกก็คือเส้นผมของเขาไม่ได้บางกว่าของคนอื่นเลย นั่นหมายถึงเขาไม่ได้ผมหงอก แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามันออกสีฟ้านิดๆด้วย ถ้าสังเกตดีๆล่ะก็นะ

                ครอบครัวของเขามีพี่น้องอยู่รวมตัวเขาด้วยก็ 6 คน ป้ามิโดริกับลุงทาคาโตะ พี่สาวซากุระ และพี่ชายฝาแฝด เคนทาโร่ คินทาโร่

                ป้ามิโดริทำงานเป็นช่างทำผม ป้าออกจะเหมือนผู้ชายไปสักหน่อย แต่ก็ใจดีในแบบผู้หญิงอย่างมาก ลุงทาคาโตะเป็นทูต เขาไม่ค่อยจะกลับมาบ้านเท่าไหร่นักแต่ป้ามักบอกว่าลุงใจดี แต่เท่าที่อาซาโมะเคยเห็น ลุงมักทำหน้าน่ากลัวและดุดันเสมอ

                พี่ซากุระเรียนอยู่มหาวิทยาลัยคณะแพทย์ และกำลังจะเรียนจบในไม่กี่ปีนี้ เธอใจดีมาก และมักจะนำหนังสือหรือไม่ก็ข้าวกล่องที่อาซาโมะลืมไปให้บ่อยๆ พี่ชายฝาแฝดคู่นั้นชอบแกล้งเขาอยู่เรื่อยด้วยนานาวิธี ทั้งคู่อยู่มัธยมปลาย เคนทาโร่เป็นแฝดพี่ ส่วนตัวอาซาโมะเองก็กำลังจะขึ้นมัธยมต้นในไม่ช้า

                ในครอบครัวนี้ ตัวอาซาโมะเองเป็นเหมือนคนนอกครอบครัวเพราะเขาไม่ใช่ลูกของลุงกับป้าเหมือนที่พี่ๆของเขาเป็น ป้าบอกว่าพ่อแม่ของเขาตายไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ตอนเขาอายุ 3 ขวบ และเขาก็ไม่คยเห็นรูปพ่อแม่ของตัวเองเลย และไม่เคยจำได้ด้วย

 

                อรุณสวัสดิ์เจ้าชายนิทรา

                เช้าแล้ว เช้าแล้ว

            เสียงพี่ชายฝาแฝดของอาซาโมะดังขึ้นจนเขานึกว่าทั้งคู่มาพูดข้างหูเขาเลย คนพี่เคนทาโร่กำลังดึงผ้าห่มของเขาอยู่ แต่เขาดึงผ้าห่มกลับมาด้วยความไม่พอใจ จนกระทั่งทั้งคู่ดึงออกมาพร้อมกันและเริ่มลากขาเขาลงจากเตียง เขาถึงยอมตื่น

                โดยปกติแล้วมันจะเป็นอย่างนี้ทุกวันอยู่แล้ว แต่นี่มันปิดเทอมแล้วน่ะ ทำไมต้องตื่นเร็วๆด้วยล่ะ

 

                หลังจากการหาวและบิดขี้เกียจ อาซาโมะก็ตื่นเต็มที่และลงไปทานอาหารที่ชั้นล่าง จริงๆก็ไม่เชิงว่าชั้นล่างเพราะพวกเขานอนกันที่ชั้นสาม และทานอาหารที่ชั้นสอง โดยส่วนใหญ่แล้วชั้นสองจะเป็นที่สำหรับใช้เป็น ห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร ห้องครัว และชั้นล่างสุดเป็นร้านทำผมของป้า บ้านของพวกเขาเป็นตึกสูงสามชั้นมีห้องใต้หลังคา ตั้งอยู่ริมถนนตรงกลางสี่แยกกลางเมือง ห้อมล้อมด้วยควันรถค่อนข้างหนักมาก พวกเขาจึงต้องปิดหน้าต่างเสมอๆ แต่ด้านหลังบ้าน หรือตึกแล้วแต่จะเรียก เป็นตึกข้างๆ และอีกด้านเป็นสวนสาธารณะที่ห้อมล้อมด้วยตึกมากมาย จริงๆแล้วทางเข้าสวนสาธารณะนี้อยู่ไปค่อนข้างไกล แต่อาซาโมะและพวกพี่ๆมักเข้าทางประตูหลังที่ลืมปิดเสมอๆ จริงๆแล้วก็คือมันปิดไม่ได้เลยตั้งแต่กลอนถูกพี่ฝาแฝดของอาซาโมะเปิดออกทุกสัปดาห์เรื่อยไป แต่พวกนั้นหาพวกพี่ๆไม่เคยเจอเสียที พวกเขาเลยไม่เคยใส่กลอนประตูหลังนั้นอีกเลย

                อรุณสวัสดิ์เสียงของป้ามิโดริดังมาจากในครัว ดุเหมือนป้ากำลังทอดแพนเค้กอยู่ เพราะกลิ่นแพนเค้กและน้ำผึ้งอุ่นๆลอยมาเตะจมูกเขาก่อนเขาจะถึงห้องทานอาหารเสียอีก

                วันนี้มีแพนเค้กเหรอครับอาซาโมะถาม

                แล้วนายคิดว่าอะไรล่ะเคนทาโร่เอ่ยขึ้น

            ก็ต้องแพนเค้กอยู่แล้วสิ แม่ไม่เคยทำอะไรนอกจากแพนเค้กหรอกคินทาโร่เสริม

                เงียบๆเถอะเจ้าฝาแฝดจอมป่วนป้า หรือก็คือแม่ของพี่ชายและพี่สาวของเขาเอาจานกระเบื้องมาตีหัวพี่คินทาโร่เบาๆ แต่ถึงจะเรียกว่าเบาๆแต่มันก็แรงไม่ใช่เล่น เพราะพี่คินทาโร่เริ่มร้องโอดโอยและกุมหัวตัวเอง นั่นทำให้พี่เคนทาโร่เงียบลงด้วย

            ซากุระเอาอีกมั้ยจ๊ะป้าถาม

                ไม่ล่ะค่ะ หนูไปอาบน้ำก่อนน่ะค่ะพี่ซากุระเป็นคนสวย ผมยาวสีน้ำตาลเหมือนพี่ชายฝาแฝดและป้ามิโดริ พี่ซากุระมีผมค่อนข้างยาว ยาวจนถึงกลางหลังเลย อาซาโมะยังอดสงสัยไม่ได้ว่าพี่ดูแลผมให้ดูดีแบบนี้ได้ยังไงทั้งๆที่เขาผมสั้นกว่าแต่มันมักจะต่างกับของพี่ซากุระเสมอๆเลยคือ แย่กว่า

               

            หลังอาหารเช้าทั้งห้าคนก็ออกไปข้างนอกด้วยกัน วันนี้เป็นวันปิดเทอมวันแรก พี่ๆปิดก่อนอาซาโมะทุกคนนั่นแหละ แต่วันนี้เพราะทุกคนปิดเทอมทุกคน ป้าเลยพาพวกเขาไปเที่ยวสวนสัตว์ ที่โปรดปรานของอาซาโมะ

                สวนสัตว์ที่พวกเขาไปเป็นสวนสัตว์ที่สวยมาก มีทางเดินปูด้วยอิฐแดงเป็นทาง กรงสัตว์ก็ใหญ่พอที่คนเป็นร้อยพอจะยืนอยู่รอบกรงได้(ถ้าต้องการล่ะก็นะ) แต่นั่นมันแค่บางกรงเท่านั้น เพราะบางกรงก็ไม่ใหญ่เท่าไหร่ เช่นกรงสำหรับนก มันจะสูงลิบลิ่วพอๆกับตึกที่เป็นบ้านของเขา  

                พวกเขาเดินทางเต็มๆ หนึ่งชั่วโมงและมาถึงสวนสัตว์ในที่สุด พวกพี่ๆโตกันแล้วเลยไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เว้นแต่พี่มิโดริที่เคยทำรายงานเรื่องนกเพนควินและเริ่มติดใจนกแพนควินขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นว่าชอบไปในที่สุด หลังๆนี่พี่ซากุระไม่ค่อยแสดงอาการว่าชอบเท่าไหร่แล้ว อาจจะเพราะมันผ่านมาครึ่งปีก็ได้

               

                หลังจากเดินวนอยู่ในสวนสัตว์ไปราวครึ่งวัน ทุกคนต่างไปดูสัตว์มามากมาย สัตว์ที่โปรดปรานของอาซาโมะคือสัตว์จำพวกเสือ เพราะเขาอยากเลี้ยงแมวมาตลอด แต่หาเลี้ยงไม่ได้เสียที แต่ที่เขาแปลกใจอย่างมากก็คือสัตว์พวกนี้มักจะจ้องมองเขาด้วยแววตามีความหมาย และมันจะจ้องจนเขาลับตาไป(หรืออย่างน้อย ก็เมื่อเขามองไม่เห็นพวกมัน)

                มันจ้องนายอีกแล้ว ไอ้น้องรักพี่คินทาโร่ล้อเขา แต่เขาชินชากับเรื่องแบบนี้แล้ว เขาโดนล้อแบบนี้บ่อยทีเดียว หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปกินอาหารกันที่ร้านอาหารเล็กๆในสวนสัตว์ ที่ซึ่งมีอาหารหลากหลายเท่าที่คุณจะหาได้ในหมู่เกาะญี่ปุ่นแห่งนี้ มีทั้งปลาดิบ ข้าวปั้น ข้าวห่อสาหร่าย และที่โปรดปรานอย่างหนึ่งของพี่ซากุระก็คือข้าวห่อเต้าหู้ แต่อาซาโมะไม่เคยชอบมันเสียทีเพราะมันออกจะ - - - จะว่ายังไงดีล่ะ - - - ลื่นๆ มันๆ นิ่มๆ อะไรประมาณนี้ละมั้ง

                หลังการกินอาหารและเข้าห้องน้ำนิดหน่อย พวกเขาก็ออกเดินดูสวนสัตว์ต่อ แต่คราวนี้ไม่เชิงว่าเดินหรอก พวกเขานั่งรถของพวกเขาไปในส่วนที่พวกสัตว์ไม่ได้อยู่ในกรง พวกมันอยู่ด้านนอก เพราะฉะนั้นพวกเขาต้องขึ้นรถตอนที่ไปถึงส่วนของสัตว์อันตรายจำพวกเสือ ยีราฟ ม้าลาย นกกระจอกเทศ(แม้พวกมันจะไม่อันตราย แต่ใครที่เที่ยวไปเข้าใกล้พวกมันก็มีสิทธิ์โดนทำร้ายปางตายได้เหมือนกัน) แต่พวกเขาจะได้เดินเล่นในส่วนที่เป็นสัตว์ปีก พวกนกรักความสงบมาก จึงไม่มีอะไรมากนอกเสียจากนกแก้วที่พี่เคนทาโร่ไปพูดด้วยแล้วโดนมันตะคอกใส่(มันเลียนเสียงได้ไม่เหมือนก็จริง แต่ดังมาก) เขาพยายามจะตะโกนกลับไป แต่ป้าก็บอกว่า เราไม่ได้มาสวนสัตว์เพื่อมาตะโกนแข่งกับนกนะแล้วพี่เคนทาโร่ก็ต้องเงียบไปเพราะเหตุนี้

                หลังจากเดินในส่วนสัตว์ปีกเสร็จ พวกเขาก็มาถึงส่วนของสัตว์อันตราย หรือจะเรียกว่าไปดูสัตว์รักสงบที่ทำร้ายพวกเขาปางตายได้ พวกเขาเริ่มดูจากม้าลาย และก็มีนกกระจอกเทศวิ่งอยู่แถวที่ม้าลายกำลังกินน้ำอยู่ ช้างกำลังอาบน้ำอยู่ในสระน้ำถัดไป มีตัวหนึ่งอาบน้ำให้ลูกด้วย ยีราฟอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ กินใบไม้กันไป ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่เลย

                และก็เข้ามาในส่วนสัตว์อันตรายที่จะทำร้ายเขาเมื่อมันต้องการหรือเมื่อมันเห็นพวกเขา โดยการตะปบกรงเล็บมหึมาของพวกมันทีเดียวจนเราบาดเจ็บปางตาย หรืออาจตายตั้งแต่ตอนนั้นเลยก็เป็นได้ พวกเขาเห็นแมวป่า เสือโคร่ง เสือดาว เสือดาวหิมะ และเสือขาว ซึ่งอาซาโมะชอบมันมากด้วยเหตุประการใดไม่ทราบ แต่เขาชอบพวกมัน อาจจะเพราะสีขนของพวกมันหรือไม่ก็สีตาของพวกมัน ในตอนที่พีเคนพี่คิน(ชื่อเล่นของพี่ชายฝาแฝดคู่นั้น) ทำรายงานเรื่องนี้ เขาขออ่านและตอนนี้เขาก็เก็บมันไว้ด้วย

 

                ทุกคนกลับถึงบ้านในเวลาราว 6 โมงเย็น พระอาทิตย์เริ่มตกแล้ว ขากลับป้าซื้อพิซซ่าจากร้านพิซซ่าแถวๆนี้มาด้วย พี่ซากุระกินไปแค่ชิ้นเดียวเธอบอกว่าเธอกลัวอ้วนอย่างมากเลย หลังจากนั้นก็ไปกินปลาดิบที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตเมื่อวานต่อ ส่วนพี่ฝาแฝดคู่นั้นกินไม่ยั้งเลย อาซาโมะสงสัยมากๆเลยว่าทำไมพี่พวกนี้กินแล้วไม่อ้วน แต่จะว่าก็ไม่ได้เพราะเขาก็กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนเหมือนกัน

                กินยั้งๆมั่งก็ได้น่ะพี่อาซาโมะพูด

                คิดว่าเราจะได้กินบ่อยๆงั้นเหรอพี่เคนทาโร่ตอบกลับมา

           

            ไม่นานพวกเขาก็เข้านอนกัน อาซาโมะนอนห้องข้างๆห้องของพี่เคนพี่คิน ห้องของพวกเขาตรงข้ามกับห้องของป้ากับลุง และอีกห้องหนึ่งของพี่ซากุระ

                ห้องนอนของอาซาโมะใหญ่แค่ให้เตียงเล็กๆวางอยู่ พื้นที่ให้อยู่ไม่มากเท่าไหร่ มีหน้าต่างแค่บานเดียว ข้างห้องของเขาติดกับสวนสาธารณะ และหน้าห้องมีประตูไประเบียงข้างนอกอยู่ ห้องนี้ถ้าให้ช้างมาอยู่ก็คงได้แค่ลูกช้างตัวสองตัวเท่านั่น เพราะเพดานก็ต่ำด้วย และเตียงของเขาก็เล็กจนขาของเขาเลยเตียงแล้วห้องนี้เคยเป็นห้องเก็บของมาก่อน ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงเล็ก ส่วนของที่เคยอยู่ที่นี่ถูกเก็บไว้ที่ห้องใต้หลังคาแทน

            เขานอนและหลับไปทันที เขาฝันว่ามีผู้หญิงผมยาว สวมมงกุฎที่ไม่ใหญ่และหนักเท่าไหร่ อยู่ในชุดสวยงามเท่าที่คุณจะนึกได้ เขาเห็นว่าเธอใส่สร้อยคอและเครื่องประดับอื่นๆด้วย แต่มันมืด เขาเลยมองไม่เห็นชัดนัก รู้เพียงว่าชุดของเธอน่าจะเป็นสีขาวและมีกระโปรงยาวกับผ้าคลุมยาวจนถึงพื้น ข้างเธอมาสิงโตตัวใหญ่กว่าที่เขาจะเคยเห็นแผงคอและตาของมันเป็นสีทองชัดเจน ผู้หญิงคนนั้นเริ่มพูดขึ้น แต่เขาไม่ได้ยิน ดูเหมือนเธอจะรู้ด้วยเพราะเธอหยุดพูดไปแล้ว และเขาสะดุ้งตื่นขึ้น

                ฝันประหลาดเขาอุทาน และมองออกไปนอกหน้าต่าง ดาวเต็มฟ้า มีดาวดวงหนึ่งมีแสงสีฟ้า และมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันตรงเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกไม่กลัวมันเลย แต่เขากลับขยับตัวไม่ได้ มันพุ่งตรงมาหาเขาและทะลุกระจกเข้ามา กระจกไม่แตก และมันพุ่งเข้ามาที่ตัวเขา และความอ่อนเพลียก้โหมกระหน่ำเข้าหาเขา เขาล้อมลง หลับลงไปทันที

                อาซาโมะได้ยินเสียงผู้หญิงในฝันของเขา เขาเห็นผู้หญิงในชุดหรูหราเหมือนในฝันก่อนหน้านี้ และสิงโตที่น่าเกรงขามตัวนั้นก็ยืนข้างตัวเธอด้วย เธอพูด แต่คราวนี้มีเสียงออกมา

                เจ้าถูกเลือกแล้ว เธอเอ่ย

            ผมงั้นเหรอ - - -  ถูกเลือกเพื่ออะไรงั้นเหรอครับ อาซาโมะถาม น่าเหลือเชื่อที่เขาพูดในฝันได้ด้วย

                เรื่องนั้นเจ้ายังไม่จำเป็นต้องรู้เธอตอบ เสียงของเธอเย็นชาและเยือกเย็นจนพูดไม่ถูก

                คุณเป็นใครกัน

            ข้าคือ ราชินีมาร์ดอนน่า               

Nothern Lights 8

posted on 11 Jun 2008 17:57 by poring-kung

บทที่ 8 คลังแสง

                ตื่นเร็วอาซาโมะเสียงปลุกจากข้างฟาดังขึ้น อาซาโมะกำลังถูกเขย่าตัวอยู่ ซึสึกินั่นเอง เธอกำลังพยายามปลุกเขา เขาขี้เซาเกินไปแน่เลย เขาพยายามตื่นขึ้น แต่เปลือกตาของเขายังติดกันอยู่

                ตื่นเร็วเธอปลุกเขาอีกที เขาลืมตาโพลงขึ้น ยังคงงุนงงอยู่ ตอนนี้ยังมืดอยู่ น่าแปลกมากที่มีคนมาปลุกตอนดึๆแบบนี้

                มาปลุกทำไมดึๆงี้ล่ะอาซาโมะเอ่ยขึ้น เขายังคงง่วงอยู่ ลาฮานกำลังบิดขี้เกียจอยู่

                อย่ามาทำตลกน่า เรากะจะไปเอาซีลไนเตรทในคลังแสงตอนนี้น่ะ ลืมแล้วเหรอ

            จริงด้วยสิ ขอบใจน่ะที่ปลุก จริงๆน่ะ

            งั้นก็รีบๆลุก ไปกันได้แล้ว

            เขาพยายามลุกขึ้น บิดขี้เกียจและหาว เขาพึ่งนอนไปแค่ 2 ชั่วโมงและก็ยังคงง่วงอยู่ ทั้งสองแอบย่องผ่านที่นั่งของนางพยาบาลเวรอย่างเงียบๆ และลงลิฟต์ไป พวกนางพยาบาลไม่ได้สังเกตพวกเขาเลย ยังโชคดีอยู่ แต่โชคนี้จะอยู่ไปถึงไหนกันน่ะ เขาคิด

                ที่ชั้นล่างสุด มีคนอยู่แค่ไม่กี่คน นั่งอยู่แต่ตรงที่แสงไฟสลัวๆส่องอยู่ คนพวกนั้นไม่ได้สนใจพวกเขาเลย พวกเขาจึงเดินไปอย่างเรื่อยเปื่อย ในที่สุดก็ไปถึงประตู พวกเขาเปิดออกไปและก็ได้พบถนนที่คุ้นเคย พื้นอิฐตัวหนอนเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ทั้งสองพยายามเดินให้เบาและมั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้

                เลี้ยวตรงข้างน้ำพุไปทางตะวันตกจนสุดทาง พวกเขาออกมานอกเมืองพอสมควร คลังแสงเป็นสถานที่ที่ใหญ่มากๆ มันใหญ่พอๆกันโรงยิมที่โรงเรียนแต่ใหญ่กว่ามาก หน้าประตูมียามเฝ้าอยู่ ยามพวกนั้นกึ่งหลับกึ่งตื่น ซึสึกิจึงร่ายมนตร์ใส่พวกเขา

                พวกเขาหลับสนิทเลย  พวกเขาจะตื่นในไม่กี่นาที รีบเข้าล่ะซึสึกิว่า แล้วพวกเขาก็ย่องไปเงียบๆ เข้าไปหายามและหยิบพวงกุญแจที่เอวของยามมาทั้งพวง มีลูกกุญแจอยู่สองสามดอก ทันทีที่พวกเขามาถึงหน้าคลังแสงก็เริ่มลองกุญแจ เดี๋ยวน่ะ แม่กุญแจอันใหญ่ยักษ์เท่ากระเป๋าหิ้วนี่ไม่มีรูกุญแจ เป็นไปไม่ได้ คือว่า...มันเป็นแม่กุญแจน่ะ ให้ตายเถอะ

                บางทีนี่อาจเป็นแม่กุญจรหัสลับซึสึกิบอก

                แม่กุญแจอะไรน่ะ?” อาซาโมะถาม

                แม่กุญแจรหัสลับ มันจะเปิดก็ต่อเมื่อเราบอกรหัสลงไป

            งั้นเหรอ แล้วเราจะรู้รหัสได้ไง

            บางทีมันอาจจะ อ้อ นี่ไงซึสึกิพินิจดูพวงกุญแจนั้น มีคำบางอย่างเขียนไว้อยู่ ว่าอาวุธที่ดีที่สุด จงเผยตัวแก่ข้าผู้มาเยือนซึสึกิเอ่ยขึ้น และแม่กุญแจนั้นก็ปลดออก อาซาโมะและซึสึกิพยายามเอามันออกจากที่คล้องให้เงียบเชียบที่สุด และพยายามวางมันลง แม่กุญแจนี่หนักสุดๆเลย เหมือนลูกโบว์ลิ่งไม่มีผิด ทำไมคนที่นี่ชาสงสรรค์สร้างอย่างนี้น่ะ อาซาโมะคิด

                ในนั้นเป็นห้องขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยอาวุธแปลกๆเต็มไปทั่ว รถถังติดปีก หอก ธนู ดินปืน ปืนยาว ปืนสั้น ทุกอย่างเท่าที่จะนึกได้อยู่ในนี้ พวกเขาเดินไปทั่วเพื่อหาตู้ใส่สารเคมี มันอาจอยู่ที่ไหนก็ได้

 

                เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง พวกเขาก็ยังหามันไม่เจอ หาแล้วหาอีก แต่ก็ไม่เจอ

                นี่มันบ้าชัดๆอาซาโมะเริ่มบ่นออกมา

                นั่นสิ ที่นี่มันบ้าชัดๆ เราจะหาของพวกนั้นได้ยังไงกันซึสึกิก็เริ่มหมดความอดทนเช่นกัน ภูตของซึสึกิเกาะอยู่บนบ่าของเธอ

            ทันใดนั้นเอง ประตูขนาดใหญ่ของคลังแสงก็เปิดขึ้น ยามที่ซึสึกิทำให้หลับเข้ามาข้างใน เขาถือไฟฉายอยู่ด้วย ภูตมังกรสีแสดของเขาสอดส่องสายตาของมันไปทั่ว มันมีขนาดเท่าหมาตัวใหญ่ๆ ทั้งยามและภูตของเขามีแววตามั่งร้ายทั้งคู่

                ซึสึกิและอาซาโมะรีบไปซ่อนทันที อะไรก็ได้ที่บังพวกเขาได้ ภูตมังกรหันมาทางพวกเขาทันที มันยืดตัวและกระซิบกับเจ้านายของมัน ยามคนนั้นวิ่งมาทางพวกเขาทันที เร็วมากด้วย มังกรกระพือปีกและพุ่งเข้าใส่ซึสึกิทันที ยามจับอาซาโมะได้ เขาพยายามเตะต่อย แต่ยามคนนั้นไม่สะทกสะท้านอะไรเลย จนกระทั่งเขาทำไฟฉายในมือของยามหล่น ยามยิ่งเอามือมาจับเขามากกว่าเดิมเสียอีก แรงบีบนั่นช่างมหาศาล ถ้าเขามองเห็นมือของตัวเองได้มันคงเริ่มเป็นสีม่วงแล้วแน่เลย

                ไอ้เด็กเวร แกมาทำอะไรที่นี่ยามคนนั้นตะคอกใส่

                ปล่อยเราน่ะซึสึกิบอก เธอพยายามตบภูตมังกรของเขา มันไล่เธอจนจนมุม ส่วนแม่รี่ภูตนกพิราบของเธอก็จิกเจ้ามังกรอย่างเอาเป็นเอาตาย

                ลาฮานกระโจนเข้าใส่ยามคนนั้นทันที เขาตกใจจนคลายมือออก อาซาโมะรอดแล้ว เขาเข้าไปชกยามทันที นั่นทำให้ภูตมังกรของยามคนนั้นวิ่งกลับมาหาเจ้านายของมันทันที ทั้งคู่อยู่ห่างกันมากเกินไปแล้วสิน่ะ

                ทั้งคู่พยายามวิ่งหนี ไปตรงจุดที่คิดว่าเป็นประตู พวกเขามึนหัวไปหมดแล้ว ยามคนนั้นลุกขึ้นมา เขาพูดบางอย่างกับภูตมังกรของเขาและมันก็กลายร่างเป็นมังกรตัวใหญ่ขนาดเท่าบ้านสักหลัง คลังแสงนี่ใหญ่พอที่มังกรนั่นจะอยู่ได้ ยามคนนั้นกระโจนขึ้นหลังภูตของเขา และภูตมังกรของเขาก็วิ่งมาอย่างรวดเร็ว ก้าวเดียวของมันใหญ่เท่าสิบ